Notifications
Clear all

วิธีสังเกต 10 โรคผ่านดวงตา ป้องกันความเสี่ยงที่ตาจะบอด


admin
Posts: 36
Admin
Topic starter
(@admin)
Member
Joined: 3 weeks ago

คนอ่านหลายคนจะบอกว่าดวงตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รวมไปถึงจักษุแพทย์ ได้กล่าวว่า ดวงตาของเรานั้นสามารถบอกรวมไปถึงสื่อถึงปัญหาในเรื่องของสุขภาพที่ซ่อนอยู่ได้ รวมไปถึงการแก้ปัญหาสุขภาพของดวงตา

รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของดวงตานั้น จะสามารถส่งสัญญาณไปถึงปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับคนอ่านได้ในอนาคตอันใกล้ ถ้าเรายังละเลยการแก้ไข ดังนั้น การตรวจตากับจักษุแพทย์เป็นประจำหรือตรวจทุก 2 ปีเท่ากับว่าสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยตรวจหารวมไปถึงรักษาภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงแก่คนอ่านได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ยั่วยวนใจโรคภัยเข้ามาหาตัวรวมไปถึงยับยั้งได้ทัน

10 โรคที่มีผลต่อการตาบอด ลดความเสี่ยงได้ถ้าเริ่มเดี๋ยวนี้

เพื่อให้คนอ่านได้มีสุขภาพที่ดีรวมไปถึงลดการเจ็บป่วย เราขอนำเสนอ 10 โรคเกี่ยวกับดวงตา อย่าปล่อยให้เสี่ยงตาบอด ไว้สำหรับคุณโดยเฉพาะ

โรคต้อหิน

เป็นภาวะที่มักไม่มีอาการจะค่อยๆ พัฒนา แถมยังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการตาบอดอีกด้วย หากสามารถตรวจพบในระยะแรกก็สามารถรักษาหาย ซึ่งก็หมายความว่าโรคนี้พบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ แต่กลุ่มที่พบมากที่สุด เท่ากับว่าผู้มีอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีญาติใกล้ชิด เช่น พี่น้องบิดามารดาเป็นต้อหิน

โรคเบาหวาน

ในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการใด ๆ แต่หากคุณตรวจตาเป็นประจำ ทำให้จักษุแพทย์สามารถสังเกตเห็นจุดเลือดที่ด้านหลังดวงตา คุณอาจมีอาการที่เรียกว่าภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ซึ่งก็หมายความว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคเบาหวานรวมไปถึงเป็นหนึ่งในสาเหตุของตาบอด โดยมีอาการปวดตา อาการตาลอย รวมไปถึงการมองเห็นไม่ชัด ทั้งยังอาจไม่สังเกตเห็นได้จนกว่าจะมีอาการจะลุกลาม

โรคความดันโลหิตสูง

สังเกตจากเรตินารวมไปถึงหลอดเลือดของดวงตา ความดันจะทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กในเรตินางอ บิด แคบลง แข็งตัว หรือเริ่มรั่ว โดยผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถพัฒนาภาวะที่เรียกว่า โรคจอประสาทตาจากความดันโลหิตสูง ซึ่งก็หมายความว่าจะมีอาการผนังหลอดเลือดหนา แคบลง รวมไปถึงจำกัดการไหลเวียนของเลือด

หากไม่ได้รับการรักษา ความเสียหายของหลอดเลือดที่เกิดขึ้นอาจทำให้มองเห็นภาพซ้อน บิดเบี้ยว รวมไปถึงสูญเสียการมองเห็น

โรคคอเลสเตอรอลสูง

หากเห็นจุดหรือหยากไย่ลอยไปมาขณะที่ขยับดวงตา (Floaters) หรือเห็นแสงฟ้าแลบ (Flashing) หรือวงแหวนสีต่าง ๆ ที่มักจะปรากฏรอบ ๆ ม่านตา สาเหตุอาจมาจากคอเลสเตอรอลรวมไปถึงไตรกลีเซอไรด์สูงหรือที่เรียกว่า Arcus Senilis

ซึ่งก็หมายความว่ามักพบในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้นในช่วงอายุต่ำกว่า 40 ปี อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจรวมไปถึงโรคหลอดเลือดในสมองมากขึ้น

โรคหลอดเลือดสมอง

การเริ่มมองเห็นภาพไม่ชัดอย่างกะทันหันอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากภาพเบลอรวมกับสัญญาณสำคัญอื่น ๆ เช่น การพูดไม่ชัดรวมไปถึงใบหน้าหย่อนคล้อย

หากจักษุแพทย์พบลิ่มเลือดอุดตันที่ด้านหลังของดวงตาหรือหลอดเลือดถูกทำลาย เนื่องจากความดันโลหิตสูง คุณอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

โรคข้ออักเสบ

หากมีอาการตาแห้งบ่อยครั้งแสดงว่ามีแนวโน้มที่จะติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งก็หมายความว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบอาจมีอาการตาแดง ปวดตา มองเห็นภาพซ้อน มองเห็นไม่ชัด ไวต่อแสง ต้อหิน หรือต้อกระจก

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ

จะทำให้เกิดโรคเกรฟส์ ซึ่งก็หมายความว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันของต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้กล้ามเนื้อรวมไปถึงเนื้อเยื่อรอบดวงตา มีอาการปวดตา ตามัว มองเห็นภาพซ้อน ตาแพ้แสง หรือรู้สึกเหมือนมีทรายอยู่ในตา รวมไปถึงในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น จะทำให้กล้ามเนื้อตา

อักเสบบวมแดงรวมไปถึงตาโปน

โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS)

เป็นโรคของระบบประสาทที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติด้านการมองเห็น การเคลื่อนไหวร่างกาย รวมไปถึงการรับความรู้สึกต่าง ๆ ซึ่งก็หมายความว่าโรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ กล่าวว่า โรคเอ็มเอสเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด

โดยจะมีอาการตามัว ความสามารถในการมองเห็นความคมชัดรวมไปถึงสีของภาพลดลง หรืออาจมองเห็นภาพซ้อน หากมีภาวะการอักเสบของเส้นประสาทตาที่เรียกว่า Optic Neuritis ผู้ป่วยจะมีอาการตามัวเฉียบพลันร่วมกับอาการปวดบริเวณหลังกระบอกตา เมื่อผู้ป่วยกลอกตา

โรคดีซ่าน

หากตาขาวของคุณมีสีเหลืองเหมือนกระดาษเก่านั้นแสดงถึงสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติในร่างกายของคุณ ซึ่งก็หมายความว่าเกิดจากฮีโมโกลบินส่วนหนึ่งของเลือดที่มีออกซิเจนแตกตัวเป็นบิลิรูบิน ซึ่งก็หมายความว่าไม่ถูกขับออกจากร่างกาย โดยมีอาการอาการ มีไข้ ตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย รวมไปถึงปวดท้อง

โรคมะเร็ง

ดวงตาอาจเป็นจุดแรกในร่างกายที่จะแสดงสัญญาณของโรคมะเร็ง จักษุแพทย์อาจพบข้อบ่งชี้ของโรคมะเร็ง ตั้งแต่มะเร็งสมองไปจนถึงเนื้องอกในสมองระหว่างการตรวจตาเป็นประจำ

ซึ่งก็หมายความว่าเนื้องอกอาจทำให้เส้นประสาทตาของคุณบวมรวมไปถึงดวงตาของคุณเปลี่ยนรูปร่างจนอาจส่งผลต่อการมองเห็น ส่วนหากม่านตาแสดงอาการเป็นเลือดสามารถส่งสัญญาณมะเร็งเม็ดเลือดขาว

Share: